Welcome

Welcome

วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557

เรียนครั้งที่ 11

วันพฤหัสบดีที่  16  มกราคม  2557


        ในวันนี้งดการเรียนการสอนเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง  ด้วยความเป็นห่วงและความไม่สะดวกในการเดินทางมาเรียนของนักศึกษา จึงมีการงดการเรียนการสอนในวันนี้ค่ะ

        สำหรับงานที่ได้รับมอบหมายมีดังนี้

การสรุปวิจัยที่หามาใส่กระดาษ A4 ตามหัวข้อดังต่อไปนี้

        1.ชื่องานวิจัย/ชื่อผู้แต่ง/มหาวิทยาลัย
        2.ความสำคัญและความเป็นมาของงานวิจัย
        3.วัตถุประสงค์ของการวิจัย
        4.ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
        5.นิยามศัพท์เฉพาะ
        6.ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
        7.เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
        8.การดำเนินการวิจจัย
        9.สรุปผลการวิจัย
       10.ความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่องานวิจัยชิ้นนี้

****โดยกำหนดส่งในวันที่ 19/02/57

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

เรียนครั้งที่ 10

วันพฤหัสบดีที่  9   มกราคม  2557


         การเรียนการสอนในวันนี้อาจารย์ได้แจกแบบประเมินการนำเสนองานกลุ่มก่อนและลำดับต่อมาคือการออกมานำเสนองานกลุ่มของนักศึกษาในเรื่องที่ได้รับมอบหมายหน้าชั้นเรียนโดยเพื่อนได้ออกมานำเสนองานตามลำดับดังนี้

         1.การนำเสนอในเรื่องของเด็กที่มีความบกพร่องทางการรเรียนรู้ (L.D.)
         2.การนำเสนอในเรื่องของเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ (C.P.) (กลุ่มของดิฉัน)
         3.เด็กสมาธิสั้น 
         4.เด็กดาวน์ซินโดม

         เมื่อนำเสนอเสร็จอาจารย์ได้พูดในเรื่องของแบบประเมินพัฒนาการเด็กตามคู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กอายุแรกเกิดถึงห้าปีของสถาบันราชานุกูลและให้นักศึกษาลองทำแบบทดสอบ Gesell Drawing

แบบทดสอบIQ  Gesell  Drawing
         เป็นการวัดความสามารถทางด้านการใช้กล้ามเนื้อมือ  และการประสานการทำงานระหว่างสายตากับมือตามระดับที่ควรจะเป็น 

         รูปที่  1  เป็นความสามารถของเด็กอายุ  2  ปี
         รูปที่  2  เป็นความสามารถของเด็กอายุ  3  ปี
         รูปที่  3  เป็นความสามารถของเด็กอายุ  4  ปี
         รูปที่  4  เป็นความสามารถของเด็กอายุ  5  ปี
         รูปที่  5  เป็นความสามารถของเด็กอายุ  6  ปี
         รูปที่  6  เป็นความสามารถของเด็กอายุ  7  ปี
         รูปที่  7  เป็นความสามารถของเด็กอายุ  8  ปี
         รูปที่  8  เป็นความสามารถของเด็กอายุ  9  ปี
         รูปที่  9  เป็นความสามารถของเด็กอายุ  10  ปี
         รูปที่  10  เป็นความสามารถของเด็กอายุ  11  ปี
         รูปที่  11  เป็นความสามารถของเด็กอายุ  12  ปี

         จากนั้นอาจารย์ได้ทำการสอนต่อในเรื่องของ " การประเมินพัฒนาการ " โดยเนื้อหาที่เรียนมีดังนี้

แนวทางในการดูแลรักษา
         1.การหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
         2.การดูความผิดปกติร่วมด้วย  เช่น  หูหนวก  ตาบอด
         3.การรักษาต้องรักษาให้ตรงกับอาการที่พบ
         4.การส่งเสริมพัฒนาการ
         5.การให้คำปรึกษากับครอบครัว

ขั้นตอนในการดูแลรักษามีดังนี้
         1.การคัดกรองพัฒนาการ
         2.การตรวจประเมินพัฒนาการ
         3.การวินิจฉัยและหาสาเหตุ
         4.การรักษาและการส่งเสริมพัฒนาการ
         5.การติดตามผลและประเมินผลระยะยาว

วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เรียนครั้งที่ 8

วันพฤหัสบดีที่ 26   ธันวาคม  2556

หยุดงานกีฬาบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย

วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เรียนครั้งที่ 6

วันพฤหัสบดีที่ 12   ธันวาคม  2556

สิ่งที่ได้เรียนในวันนี้

"พัฒนาการ"  หมายถึง  
     - การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเป็นไปตามลำดับขั้น
     - การเปลี่ยนแปลงในด้านการทำหน้าที่และวุฒิภาวะของอวัยวะต่างๆรวมทั้งตัวบุคคล
     - ทำให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"เด็กที่บกพร่องทางพัฒนาการ"  หมายถึง  
     - เด็กที่มีพัฒนาการหยุดอยู่กับที
     - เด็กที่มีพัฒนาการถดถอยลงจากเดิม
     - เด็กที่มีพัฒนาการล้าช้ากว่าปกติกับเด็กในวัยเดียวกัน
     - เด็กที่มีพัฒนาการล้าช้าส่งผลให้พัฒนาการด้านอื่นๆช้าไปด้วย

ปัจจัยที่มีผลให้เด็กมีพัฒนาการช้า
     1.ด้านชีวะภาพ  เช่น  พันธุกรรม  ยีน  โคโมโซม
     2.ด้านสภาพแวดล้อมก่อนคลอด 
     3.กระบวนการคลอด  เช่น  ช่วงที่เด็กคลอดหมอทำคลอดอย่างไร  ถ้าทำผิดพลาดก็อาจทำให้เด็กบกพร่อง
     4.สภาพแวดล้อมหลังคลอด  เช่น  การดูแลเด็กของผู้ปกครอง

สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ
     1.โรคทางพันธุกรรม  คือ  
          - เกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในทองแม่  มักมีความผิดปกติร่วมด้วย  2  อย่างคือ  หูหนวกและตาบอด  ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง  หรือก็กเป็นทั้งสองอย่างร่วมกัน
          - เด็กเผือก  จะไม่สามารถโดนแดดได้  จะทำให้เป็นมะเร็ง
          - เท้าแสนปม  ร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ  แต่แค่ภายนอกดูเหมือนเนื้องอกตามผิวหนัง  ดูเป็นโรคที่มีความร้ายแรงแต่ที่จริงแล้วโรคนี้ไม่สามารถติดต่อทางอืื่นได้นอกจาก  เกิดมาจากพันธุกรรม
     2.โรคทางระบบประสาท  คือ
          -  เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการส่วนใหญ่มักมีอาการหรือแสดงอาการบกพร่องทางระบบประสาท  อาการที่พบบ่อยคือ  อาการชักต่างๆ  5  แบบ
     3.การติดเชื้อ  คือ
          - ติดเชื้อตั้งแต่ที่อยู่ในท้องแม่  หรือหลังคลอด  ทำให้  ตับม้ามโต  การได้ยินบกพร่อง  บกพร่องด้านการมองเห็น  ติเชื้อHIV  ซิดฟรีลิิด  ต้อกระจก  ศีรษะเล็ก  ส่งผลให้เยื้อหุ้มสมองอักเสบ
     4.ความผิดปกติที่เกี่ยวับเมตาบอลิซึม
          - โรคที่เป็นปัญหาสาธารณะสุขไทย  คือ  โรคไทรอยด์ฮอร์โมนในเลือดต่ำ
     5.ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด
          -  การเกิดก่อนกำหนด  น้ำหนักตัวเกินเล็กน้อย  และภาวะขาดออกซิเจน
     6.สารเคมี
          - สารตะกั่ว  เป็นสารเคมีที่กระทบต่อเด็ก  และมีการศึกษามากที่สุด  ส่งผลทำให้เด็กมีอาการซึมเศร้า  ผิวดำหมองคล้ำเป็นจุดๆ  ภาวะตับเป็นผิด  มีระดับสติปัญญาต่ำ
          - แอลกอฮอร์  ส่งผลให้น้ำหนักของเด็กแรกเกิดน้อยมาก  มีอัตตราการเพิ่มน้ำหนักหลังหลังเกิดน้อย  ศีระษะเล็ก  พัฒนาการทางสติปัญญาต่ำ  เด็กบกพ่ร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์  Fatal  al coho  syndrome (FAS)  ช่องตาสั้น  ร่องริมฝีปากบนเรียบ  ริมผีปากบนยาวและบาง
          - นิโคติน(สูบบุหรี่)  ส่งผลทำให้น้ำหนักแรกเกิดน้อย  ขาดอาหารในระยะตั้งครรภ์  เพิ่มอัตราการตายในวัยทารก  บกพร่องทางสติปัญญา  พฤติกรรมก้าวร้าว  เข้าสังคมไม่ได้
     7.การเลี้ยวดูที่ไม่เหมาะสม  รวมทั้งขาดสารอาหาร

อาการของเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ  คือ  มีพัฒนาการช้า

แนวทางในการวินิจฉัย  เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
1.การซักประวัติ  -  โรคประจำตัว  โรคทางพันธุกรรม  การเจ็บป่วยนครอบครัว  ประวัติการฝากครรภ์   การคลอด  การเล่นตามวัย  การช่วยเหลือตนเอง  และพฤติกรรมอื่นๆ  เมือ่ซักประวัติแล้วก็สามารถบอกได้ว่า
     - พัฒนาการล่าช้าแบบคงที่  หรือ  ถดถอย
     - พัฒนาการช้าหรือไม่  อยู่ในระดับไหน
     - มีข้อบ่งชี้ มีสาเหตุของพันธุกรรมหรือไม่
     - สาเหตุของความบกพร่องทางพันธุกกรรม  เกดิจากอะไร  ฟื้นฟูช่วยเหลือเด็กได้อย่างไร
2.กรตรวจร่างกาย
     - การเจริญเติบโต  ภาวะตับม้ามโต  ผิวหนัง  ระบบประสาทวัดรอบศีรษะ  ลักษณะทางพันธุกรรม  การมองเห็น  การได้ยิน  
3.การสืบค้นทางห้องปฏิบัติการ
     - หมอจะเช็คทุกอย่างเกี่ยวกับเด็ก  แสกนด์ตรวจ
     - ในเวชประวัติ  เช่น  แบบทดสอบพัฒนาการเด็ก  DENVER II  4  อย่าง  แบบทดสอบวัด IQ  Gesell  drawing  test  ของเด็ก  1- 12  ขวบ   สมุดพัฒนาการของสถาบันราชานุกูล  0 - 5 ปี

วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556